แนะนำ 5 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2024 ไร้ฝุ่น PM2.5 อากาศสดชื่น

เครื่องฟอกอากาศ ถือเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรมีทุกบ้าน เพราะสภาพอากาศในปัจจุบันเลวร้ายขึ้นทุกวัน ทำให้มีมลพิษในอากาศมากขึ้น โดยเฉพาะ “ละอองฝุ่น PM2.5” ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและทางเดินหายใจ อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เครื่องฟอกอากาศ ยังสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมกับลดกลิ่นอับชื้นได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น ในวันนี้ TOP5THAI จะมาแนะนำ 5 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ที่คุณสามารถนำข้อมูลไปเลือกซื้อใช้งานได้ตามที่ต้องการ เพื่อเตรียมรับมือกับมลพิษ PM2.5 ได้ตลอดปี 2024-2025 นี้

เรามาเริ่มต้นแนะนำเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี อันดับแรกเลยกันดีกว่า นั้นก็คือ Dyson Pure Cool Link Air Purifier Tower Fan TP03 เป็นเครื่องฟอกอากาศระดับ High-End มีระบบการทำงานที่ทันสมัย และนวัตกรรมแตกต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ แน่นอน โดยกรองอากาศให้คุณตลอดทั้งปี 2024 และเป็นพัดลมให้ความเย็นเมื่อคุณต้องการ พร้อมทั้งกรองฝุ่นได้รอบ 360 องศา ดักจับฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 หรือแม้แต่ 0.1 ไมครอน Dyson ก็สามารถทำได้

นอกจากนี้ ยังมีระบบเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยการตรวจวัดและรายงานคุณภาพอากศผ่านแอปฯ MyDySon ซึ่งการทำงานคือ รับรู้ ดักจับ และกระจายอากาศออกมาโดยอัตโนมัติ ช่วยกระจายอากาศบริสุทธิ์ที่ผ่านการกรองแล้ว ไหลเวียนไปทั่วทั้งห้อง รวมไปถึงมี Night Mode ติดตามและกรองอากาศด้วยระดับเสียงเบาที่สุด อีกทั้งมีรีโมทควบคุมการทำงาน เพิ่มความสะดวกในการใช้งานจากระยะไกลได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ยี่ห้อ/รุ่นDyson Pure Cool Link Air Purifier Tower Fan TP03
ขนาดเครื่อง11×18.5×102 เซนติเมตร
เหมาะสำหรับห้อง80 ตารางเมตร
กำลังไฟฟ้า58W

จุดเด่น

  • ดักจับอนุภาคนุภาคขนาดเล็กทั้ง PM2.5 และอนุภาค 0.1 ไมกรอน แบบ 360 องศา
  • เป็นได้ทั้งเครื่องฟอกอากาศ และเป็นพัดลมภายในเครื่องเดียว กระจายอากาศได้ทั่วห้อง
  • มี Night Mode กรองอากาศตามการตั้งค่า และกรองในระดับเสียงเบาที่สุด
  • ตรวจวัดและรายงานคุณภาพอากศผ่านแอปฯ MyDySon

จุดสังเกต

  • ไม่เหมาะกับห้องขนาดเล็กที่กำหนด อาจสิ้นเปลืองไส้กรองได้
  • ต้องใช้งานผ่านแอปฯ MyDyson เครื่องถึงจะทำงานเต็มประสิทธิภาพ

2. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Air Purifier 4 PRO

มาแนะนำเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี แบรนด์ยอดนิยมอันดับสอง คือ Xiaomi Air Purifier 4 PRO ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ได้รับความนิยมสูงเลยทีเดียว ด้วยปริมาณยอดขายและยอดแนะนำ ทำให้ผู้ใช้งานเลือกซื้อไปใช้งานกันเยอะมาก ซึ่งตัวเครื่องมาพร้อมกับคุณสมบัติที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 99.98% เหมาะสำหรับห้อง 30-90 ตารางเมตร

เนื่องจากมีไส้กรองแบบ Formaldehyde Filter ช่วยกรองฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็ก และยังกรองเชื้อแบคทีเรียได้หมดจด ทำให้อากาศภายในบ้านสะอาด สดชื่น ไร้กลิ่นอับชื้น อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับ Smartphone ตั้งค่าการใช้งานได้ตามที่ต้องการ เช่น เปลี่ยนโหมด Auto/Sleep/Favor, Fan Adjustment, Air Quality Monitoring (ดูสภาพอากาศได้แบบ real-time) เป็นต้น เพียงเชื่อมต่อกับแอปฯ Mi HOME ก็ใช้ควบคุมและตรวจสถานะต่าง ๆ ได้ง่าย

ยี่ห้อ/รุ่นXiaomi Air Purifier 4 PRO
ขนาดเครื่อง27.5×27.5×68 เซนติเมตร
เหมาะสำหรับห้อง30-90 ตารางเมตร
กำลังไฟฟ้า50W

จุดเด่น

  • ดักจับฝุ่นได้ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงกรองอากาศ PM2.5 ได้ อากาศสะอาด บริสุทธิ์
  • เชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟน เพื่อปรับการตั้งค่าได้สะดวก
  • เสียงการทำงานค่อนข้างเบา ไร้เสียงรบกวนขณะใช้งาน
  • เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ 30-90 ตารางเมตร

จุดสังเกต

  • ไม่เหมาะกับห้องขนาดเล็กที่กำหนด อาจสิ้นเปลืองพลังงานหรือไส้กรองได้
  • ไม่มีระบบแจ้งเตือนให้เปลี่ยนไส้กรอง

3. เครื่องฟอกอากาศ Levoit Core 400S

แนะนำเครื่องฟอกอากาศอันดับต่อมา คือ Levoit Core 400S ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการใช้งานทันสมัยที่สุด โดยมีระบบตรวจจับและกรองแบบ Smart TRUE HEPA ช่วยเพิ่มการกรองดักจับแบคทีเรียและเชื้อราได้ถึง 99.99% และเชื้อไวรัส 99.89% มาพร้อมกับเทคโนโลยี VortexAir เพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในอาคาร และยังมี Laser Dust Sensor สแกนอากาศโดยรอบ เพื่อหาอนุภาคแปลกปลอมในอากาศ มั่นใจได้ว่าห้องของคุณมีอากาศที่บริสุทธิ์ ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ และไร้สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้อย่างแน่นอน

อีกทั้งยังรองรับการควบคุมด้วยเสียง เพียงเชื่อมต่อเครื่องฟอกอากาศกับแอปฯ Amazon Alexa หรือ Google Assistant บนสมาร์ทโฟน สามารถควบคุมการตั้งค่า ตรวจสอบอายุไส้กรอง และมีระบบการอัปเดตคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ โดยจะแสดงได้ 4 ระดับ คือ แย่ ปานกลาง ดี และดีมาก พร้อมรับประกันการใช้งานสูงสุด 2 ปีเลยทีเดียว

ยี่ห้อ/รุ่นLevoit Core 400S
ขนาดเครื่อง27.4×27.4×52 เซนติเมตร
เหมาะสำหรับห้อง30-92 ตารางเมตร
กำลังไฟฟ้า38W

จุดเด่น

  • ใช้ไส้กรองแบบ Smart TRUE HEPA ดักจับฝุ่นละอองได้ทุกอนุภาค เช่น ไวรัส แบคทีเรีย PM2.5
  • เทคโนโลยี VortexAir เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ทำให้อากาศบริสุทธิ์อย่างทั่วถึึง
  • ควบคุมผ่านมือถือ และควบคุมผ่านเสียงได้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
  • Laser Dust Sensor ดักจับอนุภาคแปลกปลอมได้ทุกขนาด

จุดสังเกต

  • ไม่เหมาะนำไปใช้งานในห้องขนาดเล็ก
  • การใช้งานผ่านแอปฯ ไม่รองรับภาษาไทย

4. เครื่องฟอกอากาศ Philips Air PurifieR AC0650

เครื่องฟอกอากาศ Philips Air PurifieR AC0650 มีขนาดเล็กกะทัดรัด ดีไซน์เงางามกะทัดรัดผสมกลมกลืนเข้ากับบ้านของคุณ เหมาะสำหรับจัดวางไว้ในบ้านเรือนที่มีสไตล์มินิมอล หรือโคซี่ มาพร้อมกับคุณสมบัติที่สามารถกรองไวรัสและฝุ่นละอองขนาดเล็ก กำจัดมลพิษได้ภายใน 17 นาที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 99% ทำให้อากาศภายในห้องบริสุทธิ์ สะอาด ไร้เชื้อโรค รวมไปถึงยังกรองสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน

ส่วนระบบไส้กรอง จะใช้แผ่น HEPA ทำให้กรองฝุ่น PM2.5 ได้ค่อนข้างละเอียด และระดับเสียงการทำงานเงียบ ไร้การรบกวน นำไปใช้ในห้องนอนได้ โดยทำให้นอนหลับสนิททั้งคืน และใช้แอป Philips Air+ เพื่อความสะดวกและการควบคุมที่มากขึ้น มาพร้อมกับระบบแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแผ่นกรอง ช่วยให้เครื่องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ รับประกันการใช้งานได้ทั่วโลกนาน 2 ปี

ยี่ห้อ/รุ่นPhilips Air PurifieR AC0650
ขนาดเครื่อง26.3×26.3×37.5 เซนติเมตร
เหมาะสำหรับห้อง44 ตารางเมตร
กำลังไฟฟ้า12W

จุดเด่น

  • ดีไซน์ขนาดเล็กกะทัดรัด ใช้พลังงานน้อยเพียง 12W เท่านั้น บอกลามลพิษ PM2.5 ได้เลย
  • กำจัดอนุภาคขนาดเล็กได้หมดภายใน 17 นาที ไร้แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส
  • ใช้แอป Philips Air+ ผ่านมือถือ เพื่อควบคุมการทำงานได้สะดวก
  • เสียงการทำงานเงียบ นำไปใช้ในห้องนอนได้

จุดสังเกต

  • ใช้ไส้กรองนวัตกรรมเก่าอย่าง HEPA โดยที่รุ่นอื่น ๆ จะพัฒนาต่อจาก HEPA
  • ปุ่มควบคุมการทำงานมีเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น

5. เครื่องฟอกอากาศ Levoit Core Mini Air Purifier

Levoit Core Mini Air Purifier เป็นเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก จัดวางได้ทั้งบนโต๊ะหรือบนพื้น เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่คอนโดหรือห้องพัก โดยฟอกอากาศได้ในพื้นที่ห้อง 17 ตารางเมตร และยังเป็นเครื่องฟอกอากาศแบบ 2 in 1 ทั้งฟอกอากาศและกระจายกลิ่นหอมได้ในเครื่องเดียว มาพร้อมกับแผ่นกรอง 3 ชั้น ประกอบไปด้วย แผ่นกรองชั้นแรก แผ่นกรอง HEPA และแผ่นกรอง Carbon มั่นใจได้เลยว่า สามารถดักจับฝุ่นอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน ได้มากถึง 99.9% ภายในห้องจะไม่มีฝุ่น PM2.5 อย่างแน่นอน

ส่วนระบบควบคุมการทำงาน สามารถปรับแรงลมได้ 3 ระดับ และมีเทคโนโลยี Quiet Keep ควบคู่กับการทำงานของพัดลม ช่วยให้มีเสียงการทำงานค่อนข้างเงียบ ไม่รบกวนขณะใช้งาน และมีไฟสถานะแจ้งเตือนเมื่อต้องเปลี่ยนตัวไส้กรอง อีกทั้งยัง สามารถยกเคลื่อนย้ายได้สะดวก เพื่อให้พื้นที่ทำงานของคุณเต็มไปด้วยอากาศที่ดี

ยี่ห้อ/รุ่นLevoit Core Mini Air Purifier
ขนาดเครื่อง16.5×16.5×26.4 เซนติเมตร
เหมาะสำหรับห้อง17 ตารางเมตร
กำลังไฟฟ้า7W

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องดีไซน์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับใช้ในหอพักหรือคอนโด โดยฟอกอากาศได้ในพื้นที่ 17 ตร.ม.
  • ใช้พลังงานน้อยมากเพียง 7W เท่านั้น สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งคืน
  • สามารถดักจับฝุ่นละอองได้ทุุกขนาด รวมถึงกรองฝุ่น PM2.5 ได้เช่นกัน
  • มีระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงระยะเปลี่ยนไส้กรอง

จุดสังเกต

  • ตัวเครื่องอาจไม่ทนทานต่อรอยขีดข่วน เพราะใช้วัสดุ ABS
  • ไม่ระบุถึงการเชื่อมต่อเข้ากับแอปฯบนมือถือ

แนะนำวิธีเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

เครื่องฟอกอากาศ ไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดา แต่เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ และนี่คือคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสมที่สุด

1.ขนาดและพื้นที่ใช้งาน

เริ่มจากตรวจสอบขนาดพื้นที่ของห้องที่คุณต้องการใช้เครื่องฟอกอากาศ และพิจารณาเลือกจากขนาด เช่น เครื่องขนาดใหญ่อาจนำไปใช้ในห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก และเครื่องขนาดเล็ก อาจนำไปใช้ในห้องนอน ห้องทำงาน หรือคอนโด เป็นต้น

2.ประสิทธิภาพการกรอง

พิจารณาจากเครื่องที่มีระบบกรองหลายชั้น เช่น HEPA filter ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละออง, แบคทีเรีย และไวรัสได้เป็นอย่างดี

3.คุณสมบัติพิเศษ

มองหาคุณสมบัติเสริม เช่น การควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน, ตัวตรวจจับคุณภาพอากาศ หรือโหมดการทำงานเงียบสำหรับใช้งานตอนกลางคืน

4.การบำรุงรักษา

เลือกเครื่องที่มีการบำรุงรักษาง่าย เช่น การเปลี่ยนหรือทำความสะอาดฟิลเตอร์ได้ง่าย

5.งบประมาณ

กำหนดงบประมาณของคุณและเลือกเครื่องที่เหมาะสม อย่าลืมว่าเครื่องที่มีราคาสูงอาจมีคุณสมบัติเพิ่มเติมที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้

บทสรุป

การเลือกเครื่องฟอกอากาศไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้ความรอบคอบ หากคุณกำลังเตรียมรับมือกับ PM2.5 เครื่องฟอกอากาศ Dyson Pure Cool Link Air Purifier Tower Fan TP03 ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีที่สุด เพราะมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีการใช้งานที่ทันสมัยมากที่สุด ทำให้เหมาะสำหรับใช้งานได้ตลอดปี 2024-2025 นี้ และสามารถใช้งานได้ในระยะยาว โดยกรองฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ได้ และขนาดเล็กกว่า 0,1 ไมครอนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ เป็นได้ทั้งเครื่องฟอกอากาศ และเป็นพัดลมภายในเครื่องเดียว ซึ่งจะฟอกอากาศแล้วกระจายอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับผู้ใช้งาน และอากาศที่คุณได้รับนั้น ผ่านการกรองแบบ 360 องศา มั่นใจได้เลยว่า อากาศบริสุทธิ์ได้ถูกพัดหรือไหลเวียนรอบห้องแล้วนั่นเอง ดังนั้น TOP5THAI การันตีว่า เครื่องฟอกอากาศ Dyson Pure Cool Link Air Purifier Tower Fan TP03 คือ The Best ที่สุดในขณะนี้